“โกหกต้องกลืนเข็มพันเล่ม” เกี่ยวก้อยสัญญาที่มากับการลงโทษ?

“ใครโกหกต้องกลืนเข็มพันเล่ม”

เคยได้ยินประโยคนี้กันบ้างไหม? ที่แค่ฟังก็ดูหลอนหูแล้ว ทำไมโกหกแล้วต้องถึงขนาดกลืนเข็มพันเล่มด้วยล่ะ? เป็นการลงโทษของคนผิดสัญญางั้นหรือ? จริงๆ ความลับเกี่ยวกับการสัญญาของคนญี่ปุ่นมีที่มาที่ไปมากมาย รวมถึงจากประโยคข้างต้นไม่ได้มีแค่การกลืนเข็มพันเล่มแต่เพียงเท่านั้นนะ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกับประโยคเด็ดสุดหลอนนี้กันดีกว่าว่าทำไมเด็กๆ ญี่ปุ่นถึงร้องเพลงที่น่าขนลุกนี้ได้อย่างสนุกสนานโดยไม่กลัวกันเลย

สัญญาที่มาพร้อมกับการลงโทษ

ตามที่เราเห็นในอนิเมะหรือซีรีส์ญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่า เด็กๆ มักจะร้องเพลงพร้อมกับเกี่ยวก้อยกัน จนถึงช่วงตอนท้ายเพลงจะดึงนิ้วออกแรงๆ เล็กน้อย นั่นคือ การเกี่ยวก้อยสัญญา หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า ยูบิกิริเก็นมัง เป็นเพลงที่ใช้ร้องเวลาให้คำมั่นสัญญากัน ดูเผินๆ อาจจะเป็นแค่เพลงที่เด็กๆ ร้องกันน่ารักๆ แต่เนื้อเพลงและความหมายของมันนั้น ค่อนข้างที่จะน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็ก แถมบางทียังไปปรากฏอยู่ในหนังสยองขวัญด้วย

ยูบิริเก็นมัง ถ้าแปลตามตัวจะมาจากคำว่า

  • ยูบิ (指) = นิ้ว
  • กิริ (切り) = ตัด
  • เก็นมัง (拳万) = หมื่นกำปั้น

จากที่แปลความหมายออกมามีการตัดนิ้วก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก เพราะเวลาสัญญาก็ต้องเกี่ยวก้อยกัน แต่หมื่นกำปั้นมันคืออะไร? แล้วไหนล่ะที่บอกว่า โกหกแล้วจะต้องกลืนเข็มพันเล่ม ไม่เห็นเอาไปใส่ในชื่อเรียกเลย แต่กลับกลายเป็นหมื่นกำปั้นแทน จริงๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปค่อนข้างละเอียด ขั้นแรกต้องเจาะจากเพลงก่อน ดังเนื้อเพลงต่อไปนี้

ゆびきりげんまん♪  嘘ついたらはりせんぼん飲〜ます♪  指きった!

Yubikiri Genman Usotsuitara Harisenbon Nomasu Yubi Kitta

ยูบิกิริ เก็นมัง ♪ ถ้าโกหกต้องกลืนเข็มพันเล่ม ตัดนิ้ว!

ถ้าสังเกตเห็นจะพบได้ว่าช่างเป็นเนื้อเพลงที่แปลกประหลาด มีทั้งกลืนเข็ม ทั้งตัดนิ้ว ทำไมผู้ใหญ่ต้องสอนให้เด็กร้องเพลงที่น่าขนลุกขนาดนี้ แถมพ่อแม่บางคนยังอัดคลิปลูกร้องเพลงนี้ลงโซเชียลกันเป็นเรื่องปกติ

เรื่องเดิมทีมันเริ่มมาตั้งแต่สมัยคามาคุระที่มีการลงโทษผู้ที่ทำผิดด้วยการตัดนิ้ว แต่ภายหลังช่วงสมัยเอโดะ ในยุคสมัยที่กิจการของอาชีพโสเภณีกำลังรุ่งเรือง นิ้วก้อยที่เคยใช้เป็นการลงโทษของเหล่าซามูไรในอดีตได้ถูกนำมาใช้ในการสัญญากันของคู่รัก ระหว่างชายที่มาเที่ยวกลางคืนกับหญิงสาวโสเภณี โดยที่ฝ่ายชายจะหยอดคำหวานพร้อมกับชูนิ้วก้อย ถ้าฝ่ายหญิงตกลงหมั้นหมายว่าจะไปด้วยก็จะเกี่ยวก้อยตอบ และปิดท้ายด้วยการบอกว่าถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกหกจะต้องถูก ตีหนึ่งหมื่นที จึงเป็นที่มาของคำว่า หมื่นกำปั้น (拳万) เหมือนเป็นหลักประกันสัญญารักของทั้งสองคน และจากเนื้อเพลงที่กลืนเข็มพันเล่มนั้น สื่อได้ถึงว่าการผิดสัญญากันเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ เพราะฉะนั้น กะอีแค่ตัดนิ้วก้อยมันไม่พอหรอก ต้องกลืนเข็มพันเล่มไปเลย! ภายหลังประโยคนี้จึงได้ถูกนำมาใส่เพิ่มในเนื้อเพลงเฉยๆ ไม่ได้มีที่มาที่ไปแต่อย่างใด จึงกลายเป็นเพลงที่ร้องกันมาถึงปัจจุบัน

สละนิ้วเผื่อไถ่บาป

ส่วนสาเหตุที่ต้องตัดนิ้วก้อยนั้นมีมาตั้งแต่ในยุคสมัยของซามูไรตามที่ได้กล่าวไปข้างบนก่อนว่าเวลากระทำผิดจะต้องโดนตัดนิ้ว ที่ต้องเป็นนิ้วก้อยเพราะว่า เวลาเราจับดาบหรืออาวุธต่างๆ จะต้องใช้สามนิ้วหลัก นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ในการจับและควบคุมดาบให้มั่น แต่ทว่าถ้าหากถูกตัดนิ้วก้อยไปล่ะก็ จะทำให้ความถนัดในการจับดาบลดลง เวลาใช้ดาบก็จะไม่สะดวกในการต่อสู้นั่นเอง

และถ้าใครดูหนังแนวยากูซ่าตีรันฟันแทงกันบ่อยๆ จะพบว่ามีธรรมเนียมการลงโทษเวลาทำผิดที่นอกเหนือจากการคว้านท้องฮาราคีรีแล้ว ยังมีการตัดนิ้วก้อยของตัวเอง หรือที่เรียกว่า ยูบิสึเมะ เพื่อเป็นการลบล้างความผิดของตัวเอง คนทำผิดจะต้องตัดนิ้วก้อยของตัวเองมาห่อกระดาษส่งไปให้หัวหน้ากลุ่มเพื่อขอให้ยกโทษให้ และถ้ายังคงทำผิดอีกก็ต้องตัดนิ้วอีกข้างแทน รวมถึงพวกนักพนันทั้งหลาย ถ้าไม่มีเงินจ่ายใช้หนี้ก็จะถูกตัดนิ้วก้อยเช่นกัน ดังนั้น การตัดนิ้วก้อยถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในการลงโทษของคนญี่ปุ่น ทำให้คนที่นิ้วขาดกลายเป็นจุดที่บ่งบอกว่าเคยทำอาชีพไม่ดีมาก่อน หน่วยงานต่างๆ จึงไม่อยากจะรับคนเหล่านี้เข้าทำงาน แต่ปัจจุบันก็มีธุรกิจที่ทำนิ้วปลอมให้กับกลุ่มคนที่อยากกลับมาใช้ชีวิตปกติอยู่ไม่น้อย นับว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่น

 

ทั้งหมดทั้งมวลจึงสรุปได้ว่าเพลงหลอนหูที่มักไปปรากฏในสื่อต่างๆ แถมผู้ใหญ่นำมาสอนเด็กๆ นั้น เป็นเพียงแค่เพลงที่อิงเรื่องมาจากประวัติศาสตร์เล่าถึงการผิดสัญญาและการลงโทษ คนเป็นพ่อเป็นแม่จึงนำมาสอนลูกหลานให้เวลาพูดอะไรจะต้องรักษาสัญญา ไม่โกหกและต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่งั้นจะถูกลงโทษหรือก็คือถูกโกรธนั่นเอง ดังนั้น คนญี่ปุ่นถึงได้ไม่คิดมากอะไรเกี่ยวกับเนื้อร้องที่ดูน่ากลัว เพราะไม่ว่ายังไงก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมาตัดนิ้วหรือกลืนเข็มพันเล่ม มันเป็นเพียงแค่คำสอนเด็กๆ เท่านั้น ดังนั้น เพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์กัน ก่อนที่จะสัญญาอะไรกับใครจะต้องทำให้ได้อย่างที่พูด มิฉะนั้นจะโดนโกรธเอานะคะ

 

ที่มา

Posts created 151

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top
escort bodrum