[review] ‘After the Rain’ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ

ยามที่ฝนตกมักเป็นโอกาสอันดีที่จะได้หยุดพักจากเรื่องราวอันเหนื่อยล้า แต่แน่นอนว่าสำหรับบางคนมันก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้อยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวจนไม่เป็นอันทำอะไร ครั้นจะรอให้ฝนหยุดตกความตั้งใจที่มีหรือสิ่งที่หวังไว้ก็อาจหายไปเสียแล้ว

ฉะนั้นสำหรับใครที่ยังมีปัญหาหนักใจก็ลองมาหยุดฟังเสียงฝนโปรยปรายใน After the Rain หลังฝนตก คุณคิดถึงใคร ภาพยนต์ที่จะช่วยให้หัวใจอบอุ่นในยามที่ฝนพรำก่อนแสงแดดอ่อนๆ จะทอลงมา…

หลังจากการกำกับ If Cats Disappeared from the World  ผู้กำกับ นากาอิ  อากิระ ก็ยังคงเป็นผู้กำกับที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับภาพยนต์เรื่องใหม่ บทที่แต่เดิมเริ่มมาจากผลงานการเขียนของ มายุซุกิ จุน ผู้รังสรรค์มังงะเนื้อหาเรียบง่าย แต่เรื่องราวกลับน่าติดตามด้วยความรักต่างวัยที่อายุจะไม่เป็นเพียงแค่ตัวเลข ยิ่งเมื่อมาผ่านการสื่ออารมณ์จากสองนักแสดงหลักมืออาชีพอย่าง โคมัตสึ  นานะ รับบทเด็กสาวมัธยมปลาย ทาจิบานะ อากิระ และ โออิสุมิ โย   รับบทผู้จัดการร้านอาหาร คอนโด มาซามิ  ก็ยิ่งทำให้ตัวภาพยนต์น่าติดตามมากขึ้นไปอีก

สาวน้อยท่ามกลางสายฝน

เรื่องราวชวนให้อบอุ่นหัวใจภายใต้ท้องฟ้าที่มักเกิดสายฝนโปรยปรายเริ่มต้นจากการที่ ทาจิบานะ อากิระ เด็กสาวมัธยมปลายผู้เป็นดั่งความหวังของชมรมกรีฑาเกิดประสบอุบัติเหตุเอ็นร้อยหวายฉีกขาดจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ขาของเธอเกิดความเสียหายรุนแรงจึงไม่อาจกลับมาวิ่งได้ในเร็ววัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางหาย หากได้รับการทำกายภาพอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง เธอก็มีโอกาสที่จะกลับมาวิ่งได้ ทว่าเธอกลับถอดใจในความฝันที่จะเป็นนักวิ่ง

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงชีวิตที่เธอเหมือนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าให้ก้าวต่อไป จึงต้องหยุดอยู่กับที่ปล่อยให้สายฝนสาดเทลงมาที่ตัวเธอไปเรื่อยๆ

วันหนึ่งขณะที่เธอเข้าไปหลบฝนในร้านอาหารครอบครัวใกล้กับคลินิกที่เธอรักษาขาอยู่ อากิระ ได้พบกับผู้จัดการร้าน คนโด มาซามิ วัยสี่สิบห้าปีที่ได้เข้ามาพูดคุย จากการพบกันครั้งนั้นจิตใจของเธอก็เริ่มสดใสขึ้น อีกทั้งยังเกิดความสนใจในตัวของผู้จัดการวัยกลางคนที่ช่วยให้กำลังใจเธอในยามที่ท้อใจอย่างไม่รู้ตัวคนนี้ หลังจากนั้นไม่นานนักเธอจึงเริ่มเข้าทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันที

ครบทุกรสชาติใน 2 ชั่วโมง

แม้ว่า After the Rain จะเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีความหวือหวาด้านเนื้อเรื่องมากนัก แต่สำหรับการเล่าเรื่องแล้วบอกได้เลยว่าช่วงเวลาเกือบสองชั่วโมงทำออกมาได้ค่อนข้างลื่นไหล ต่อเนื่อง และน่าติดตามมากเลยทีเดียว

ถึงภาพรวมของเรื่องจะดูเป็นดรามา โรแมนติก แต่สิ่งที่แถมมาก็คือความเป็นคอเมดี้ที่มีจังหวะจะโคนในการปล่อยมุกและขยี้ซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติและไปสุดทาง ถึงจะไม่ได้ปล่อยมุกมากนักแต่ก็ได้ผลดีถึงขนาดทำให้ฉากที่ว่าต้องซีเรียสก็ยังอดที่จะขำลั่นโรงไม่ได้

โดยสิ่งที่สัมผัสได้กับตัวคือหลังจากภาพยนตร์เริ่มฉายไปได้ไม่นานก็สามารถที่จะเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏอยู่ตลอดแทบทุกช่วงเวลาของการดูภาพยนตร์ แถมยังรู้สึกอบอุ่นหัวใจจนไม่อยากจะให้เรื่องราวที่ดูอยู่ต้องจบลง

เหมือนหลุดออกมาจากอนิเมะ

สำหรับด้านการแสดงต้องยกให้ โคมัตสึ นาะนะ นางเอกของเรื่อง เธอสามารถตีบทและสื่ออารมณ์ออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะช่วงที่ต้องผิดหวัง ยินดี หรือ มีความรัก ทุกสีหน้าและท่าทางของเธอที่สื่อออกมาล้วนทำให้เราเชื่อว่าเธอคือ ทาจิบานะ อากิระ ที่กำลังรู้สึกอะไรบางอย่างในช่วงเวลานั้นอยู่จริง

แน่นอนว่านักแสดงคนอื่นก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน ไหนจะกลุ่มพนักงานที่ร้านอาหารหรือแม้แต่นักเรียนภายในโรงเรียนก็มีส่วนช่วยให้เราสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาและเชื่อว่าภาพที่เห็นอยู่คือสิ่งที่กำลังเป็นไปในสถานที่นั้น

เรื่องที่ต้องชมเป็นพิเศษเห็นจะเป็นการแคสนักแสดงที่มารับบทบาททุกคน ไม่ว่าจะเป็นบทที่เล็กน้อยหรือไม่ได้เด่นนัก ทีมสร้างก็ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อยจนเหมือนว่าทุกคนหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนจริงๆ

ด้วยความที่แต่เดิมเนื้อหาเป็นหนังสือการ์ตูนมาก่อนที่จะดัดแปลงเป็นบทภาพยนต์และเล่าเรื่องให้ครบทุกประเด็นได้นั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ฉากบางฉากที่ปรากฏในหนังสือการ์ตูนจึงถูกตัดออกไป ทว่าว่าหลายฉากที่มีในภาพยนตร์ก็ไม่มีในหนังสือการ์ตูนเช่นกัน ทำให้สิ่งที่เราได้ชมทั้งหมดก็คือแก่นหลักของตัวเนื้อหา อีกทั้งทุกฉากที่ปรากฏล้วนมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง ด้วยเหตุนี้แม้จะดำเนินเรื่องคล้ายต้นฉบับแต่อารมณ์ความรู้สึกที่ซึมซับกับเรื่องราวช่างแตกต่างกันมากนัก

อีกสิ่งที่ช่วยให้ภาพยนต์สมบูรณ์ครบท้วนคือเสียงของสภาพแวดล้อมและดนตรีประกอบที่เข้ากับฉากอย่างลงตัวส่งผลให้เราตื่นเต้นกับเนื้อหามากยิ่งขึ้นไปอีกจนเหมือนได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ น่าเสียดายที่ช่วงหลังเนื้อเรื่องแลดูรวบรัดไปสักนิด แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลให้ความประทับใจที่มีต่อภาพยนต์ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย

รักต่างวัย…ความรักจึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน

ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนถึงเรื่องราวความรักต่างวัยออกมาได้เรียลมากกว่าภาพยนตร์แนวโชโจเรื่องอื่นๆ มากเลยค่ะ จากที่เคยดูมา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนกับอาจารย์ หรือความรักของคนที่มีสถานะทางสังคมต่างกันมากๆ อย่างจนกับรวยส่วนใหญ่ตัวละครจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังสักเท่าไรนัก แต่เรื่องนี้ถ่ายทอดความรักต่างวัยออกมาได้ดีมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เรารักกัน ทุกอย่างก็จะลงตัว

แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ทั้งสถานะทางสังคม โดยเฉพาะผู้จัดการที่เป็นพ่อม่ายลูกติด พ่อแม่ของอากิระจะรับได้หรือ สายตาของคนรอบข้างจะมองมาอย่างไร แต่งงานกับคนอายุมาก หวังสมบัติหรือเปล่า หรือฝ่ายผู้จัดการไปพรากผู้เยาว์มาหรือเปล่าถึงทำให้เด็กสาวยอมแต่งงานด้วย อากิระอาจถูกมองว่าเป็นสาวไซด์ไลน์ก็ได้ ตอนที่รักกันมากอาจจะยังทนได้ แต่ถ้านานไปกว่านั้นจะยังคงแบกรับความรู้สึกเหล่านี้ได้หรือเปล่า

รวมถึงอนาคตข้างหน้าอายุต่างกัน 20 กว่าปี ตอนที่ผู้จัดการแก่จนไม่สามารถดูแลตัวเองได้ในขณะที่อากิระอยู่ในช่วงวัยทำงาน เธอจะยอมเสียเวลาทำงาน เวลาเที่ยวเล่นกับเพื่อนเพื่อดูแลคนรักที่อายุเลยวัยกลางคนแล้วหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวละครในเรื่องที่ทำให้เราได้ตระหนักถึงเรื่องรักต่างวัยมากขึ้น

ต่อให้เวลาจะหมุนไปนานเป็นปี แต่เพื่อนคนนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม

“พูดแค่นี้ก็งอนเหรอ นายนี่ไม่เป็นผู้ใหญ่เลยน้า”

“มาซามิ ระหว่างฉันกับนายไม่มีคำว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ แต่เป็นเพื่อนร่วมชั้น”

เพื่อนสนิท ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่ ต่อให้ไม่เจอกันนาน หรือความทรงจำสุดท้ายที่ก่อนจากกันอาจจะไม่ค่อยดี แต่เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง บรรยากาศเดิมๆ ก็ค่อยๆ ย้อนกลับมาทุกครั้งที่ได้พูดคุยกัน บางครั้งอาจจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีนัก แต่เมื่อได้นึกถึงมันอีกครั้งก็อดยิ้ม หัวเราะออกมาไม่ได้เวลาที่เอ่ยถึง เวลาที่เคยใช้ร่วมกันมันยังคงชัดเจนอยู่ในใจและเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่หาสิ่งใดมาแทนไม่ได้

เดี๋ยวฝนก็หยุดตก

อากิระเข้ามาหลบฝนในร้านอาหาร เธอเสียใจที่ขาของตัวเองเป็นเช่นนี้ จึงอดกลั้นความรู้สึกต่อไปไม่ไหวและร้องไห้ออกมา แต่ว่ามีคำพูดหนึ่งที่ผู้จัดการเข้ามาพูดกับเธอแล้วทำให้คนดูอย่างเราน้ำตาซึมออกมา

เดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้ว…

แม้จะเป็นคำพูดง่ายๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันกลับซึมลึกเข้าไปถึงจิตใจของอากิระ รวมถึงคนดูอย่างเรา

ไม่ว่าฝนจะตกหนักมากเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะตกไปตลอดปีตลอดชาติ เดี๋ยวสักพักมันก็หยุดตก ชีวิตของเราก็เหมือนกันไม่ว่าจะเจอเรื่องที่หนักหนามาสักเท่าไหร่ก็ต้องมีวันที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ 

มาพักใจที่เหนื่อยล้าให้อบอุ่นก่อนจะเริ่มเดินต่ออีกครั้งหลังฝนหยุดใน After the Rain หลังฝนตก คุณคิดถึงใคร 13 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top

kısa abiye

casino siteleri - slot siteleri