บารากะมอน มีฮามีเฮมีความสุขง่ายๆ แบบที่คนกรุงยากจะได้สัมผัส

ในงานเลี้ยงผู้ได้รับรางวัล ฮันดะ เซย์ชู นักเขียนพู่กันหนุ่มเผลอเข้าไปชกหน้าผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แสดงงานเขียนพู่กัน เพราะรับไม่ได้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของตนอย่างเสียๆ หายๆ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต พ่อของเซย์ชูจึงส่งตัวลูกชายไปไปอยู่บนเกาะอันห่างไกลและแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ โดยหวังให้เขาค้นพบเส้นทางชีวิตการเป็นนักเขียนพู่กันในแบบของตนเองที่เกาะนั้น

เมื่อไปถึงเกาะ เซย์ชูได้พบกับเด็กชาวเกาะ โคโตอิชิ นารุ เด็กหญิงตัวเล็กผู้ซึ่งแก่นแก้วไร้เดียงสา และเพื่อนๆ ของเธอ ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็ค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงค่อยๆ เริ่มค้นเจออะไรใหม่ ๆ บางอย่าง

แน่นอนมาว่าอยู่บนเกาะแบบนี้ ความสะดวกสบายอย่างที่เคยได้รับตอนที่อยู่โตเกียวนั้นลืมไปได้เลย ดูทีวีก็ลำบาก สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี จะโทรหาใครแต่ละทีก็ต้องไปใช้โทรศัพท์บ้านแบบหยอดเหรียญที่ร้านขายของชำ ทว่าภายใต้ข้อจำกัดหลายๆ อย่างนั้นก็ทำให้ฮันดะได้เรียนรู้ ซึ่งถ้าเขาไม่ได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตคนนอกเมืองแบบนี้ก็คงไม่ได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขจากสิ่งที่มีอยู่ก็ได้

ช่วยด้วยใจ

ฮันดะย้ายมาอยู่บนเกาะตัวคนเดียว ในขณะที่เขากำลังกลุ้มใจว่าจะขนของเข้าบ้านอย่างไรดี เพราะของที่เอามานั้นมากมายเหลือเกิน

แต่ชาวบ้านบนเกาะก็เข้ามาช่วยขนของเข้าบ้าน ช่วยจัดของโดยที่เขาไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องให้ค่าแรง มาช่วยด้วยความยินดีและความดีใจที่จะมีคนมาอยู่ร่วมกันบนเกาะเพิ่ม ซึ่งถ้าอยู่ในกรุงล่ะก็อาจจะหาภาพแบบนี้ได้ยากสักหน่อย เพราะต่างคนต่างอยู่บ้านใครบ้านมัน ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ มีบริษัทขนย้ายของก็ใช้ไปสิ และเมื่อเขากลับไปใช้ชีวิตที่โตเกียว ฮันดะก็เริ่มกลายเป็นผู้ให้กับคนอื่นๆ เหมือนกับที่เขาเคยได้รับเมื่อตอนอยู่บนเกาะ

อิ่มจังตังค์อยู่ครบ

ชีวิตคนเมืองอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปเสียทุกอย่าง ไม่มีเงินก็อย่าหวังว่าจะได้กินอิ่มนอนหลับแน่นอน แต่เมื่อมาอยู่บนเกาะฮันดะก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง เพราะเวลาที่บ้านไหนทำกับข้าวเยอะๆ ก็มักจะเอาอาหารมาแบ่งกัน ใครเก็บผักสดในแปลงหรือจับปลามาได้ก็จะมาแบ่งกัน บางครั้งก็มานั่งกินด้วยกัน พูดคุยเฮฮาสังสรรค์ เรียกได้ว่ามีอาหารสดใหม่กินตลอดเวลาโดยไม่เสียเงินสักบาท

เวลาที่ตัวไม่อยู่ก็สามารถพาลูกหลานไปฝากบ้านข้างๆ ได้แบบไม่ต้องกังวลอีกด้วย เพราะมีเพื่อน มีน้ำอาหารให้กินครบสามมื้อ

สนุกได้ทุกที่

ถ้าเราอยู่ในกรุง ความสนุกของเด็กๆ หรือคนส่วนใหญ่ก็จะหมดไปกับการเล่นเกม ช็อปปิ้ง ดูทีวีอะไรแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ จะให้ไปเล่นโลดโผนข้างนอกเหมือนเด็กในเกาะก็คงไม่ปลอดภัย เพราะมีทั้งอันตรายจากรถยนต์ แถมผู้คนก็มากหน้าหลายตาไม่น่าไว้ใจอีกต่างหาก

แต่เมื่อฮันดะได้มาอยู่บนเกาะ ทุกพื้นที่ขอเกาะแห่งนี้สามารถเป็นสวนสนุกได้ทุกส่วน เล่นสนุกได้ทุกทีแบบไม่ต้องกั๊ก เป็นความสนุกแบบที่หาในกรุงไม่ได้เลยทีเดียว อยากจับแมลงก็เข้าป่า ร้อนก็ถอดเสื้อกระโดดลงทะเลได้ทันที

ความเงียบสงบในแบบที่ต้องการ

เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ เราต้องพบกับสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบตัวเราอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เราสมาธิสั้นลง จดจ่อกับอะไรได้ยากขึ้น อีกทั้งการไหลของข่าวสารที่ไปเร็วมาเร็วก็ทำให้ตัวเรานั้นถูกกระตุ้นให้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกดดันและเร่งรีบอยู่ตลอด

ทว่าพอมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้ที่เทคโนโลยีถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องมารับรู้ข่าวสารว่าใครได้ที่ 1 จากการแข่งขันเขียนพู่กัน หรือนิตยสารเขียนถึงตัวเองว่าอะไร

ทุกๆ วันใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองจึงทำให้ฮันดะมีสมาธิจดจ่อกับงานได้มากขึ้น รวมถึงมีความผ่อนคลาย อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากกว่าเดิม เพราะไม่ต้องมารับความกดดันจากใครหรืออะไร (ถ้าไม่กดดันตัวเองล่ะนะ)

ความสงบเหล่านี้จะเรียกว่าเป็นรางวัลใหญ่ของชีวิตก็ว่าได้ เพราะเดี๋ยวนี้คนทำงานในเมืองใหญ่ก็มักจะหาเวลาให้ตัวเองนั้นได้ไปเที่ยวไปพักผ่อนในที่ที่สวยงามและเงียบสงบเหมือนกัน

 

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าใครมีความสุขกว่าใคร บางคนมีความสุขกับการได้ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ส่วนบางคนก็ต้องการใช้ชีวิตบนความเรียบง่ายเหมือนกับผู้คนบนเกาะนี้ แต่ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนตัวเราก็สามารถสร้างความสุขได้ด้วยตัวเอง และเมื่อเรามีความสุขแล้ว ต่อให้เรามองทะเลที่เคยเห็นทุกวัน เราก็จะรู้สึกว่ามันสวยกว่าที่เคยเป็น

 

ที่มา

Posts created 47

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top