GOSICK! เรื่องราวแฟนตาซีสไตล์ยุโรปที่ได้อ้างอิงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกจริงมาใช้เป็น Easter Egg

เคยบ้างไหมที่เวลาดูอนิเมะบางเรื่องเหมือนดูสารคดีประวัติศาสตร์ บางครั้งอนิเมะมันก็ให้อะไรกับเราที่นอกเหนือจากความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เราอาจได้ความรู้ใหม่ๆ จากเรื่องราวที่ได้ดูโดยที่ตัวเราเองนั้นอาจไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ มันจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้ผลิตมากว่าจะสอดแทรกเรื่องจริงเข้าไปในเรื่องแต่งอย่างไรให้ยังคงความสนุกในแบบของอนิเมะเอาไว้ วันนี้เราจึงขอนำเสนออนิเมะเรื่อง GOSICK ที่จะทำให้คุณต้องร้องว้าวกับเรื่องจริงที่ถูกใส่เข้ามาในการดำเนินเรื่องอย่างแนบเนียน

GOSICK หรือ สาวน้อยยอดนักสืบ เป็นเรื่องราวในแถบประเทศยุโรปปี 1924 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยดำเนินเนื้อเรื่องผ่านนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นนามว่า คุโจว คาซึยะ ที่ได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนของประเทศเซอร์เบีย ที่นั่นเขาก็ได้พบกับสาวสวยปริศนานาม วิกตอริกา เดอ บลัวส์ ผู้ชอบคาบไปป์เหมือนเชอร์ล็อก โฮมส์ และเธอนั้นอยู่เบื้องหลังการไขคดีลึกลับยากๆ เพื่อช่วยเหลือพี่ชายของเธอที่เป็นตำรวจ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งสองก็ได้เข้าไปพัวพันกับคดีแปลกประหลาดมากมาย

แน่นอนว่าธีมเนื้อหาอยู่ในยุคที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ได้พัฒนามากนักจึงมีการนำเสนอแบบในยุคกลางที่เน้นความเชื่อ ซึ่งได้ออกแบบวิถีชีวิตให้คล้ายกับประวัติศาสตร์ของโลกเรามากเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะคดีแต่ละคดีนี่เองที่ทางผู้ผลิตได้ใส่เนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นจริงลงไปเป็นส่วนประกอบของเนื้อหา บางอย่างเป็นแกนหลักของคดี บางอย่างเป็นแค่สิ่งที่ใส่เข้ามาให้เราเห็นเพียงผ่านๆ เรามาลองกันดูดีกว่าว่ามีเรื่องไหนที่จะทำให้คุณต้องทึ่งว่ามีอยู่จริงๆ บนโลกด้วยเหรอ

 

ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ในคดี เรืออาถรรพ์ควีนเบอรี ที่วิกตอริกาและคุโจวต้องเข้าไปพัวพันด้วยนั้นได้ถูกคลี่คลายลงจากการสันนิษฐานของเธอ โดยคนร้ายเป็นเด็กจากเมื่อสิบปีก่อนที่หวนกลับมาแก้แค้นพวกผู้ใหญ่ ซึ่งสิบปีที่แล้วนั้นพวกผู้ใหญ่ได้จับเด็กที่มี สัญชาติ ต่างกันทั้ง 11 คนมาขังไว้บนเรือร้างแล้วให้ฆ่ากันเองเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง พวกเด็กจึงแค้นแล้วรอเวลาผ่านมาจนสิบปีให้หลังก็หลอกพวกผู้ใหญ่ให้มาตายในสถานการณ์เดียวกัน

มองผ่านๆ ก็เหมือนคดีฆาตกรรมทั่วไป แต่เบื้องหลังเกมฆาตกรรมเมื่อสิบปีที่แล้วนั้นคือการ ทำนายอนาคต ของความเป็นไปได้ใน สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเด็กที่เหลือรอดจากเกมฆาตกรรมครั้งนั้นมีสัญชาติ อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี่  และ เซอร์เบีย ซึ่งหากมองดูในอีกสิบปีให้หลังจะรู้ว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใน ฝ่ายสัมพันธมิตร ที่เป็นฝ่ายชนะสงครามโลกครั้งนั้น อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์การลอบสังหารเจ้าชายแห่งออสเตรียที่เมืองซาราเจโวเพื่อมาประกอบคดีอีกด้วย

 

การลอบปลงพระชนม์ อาร์ชดยุกฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์แห่งออสเตรีย รัชทายาทแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 โดย กัฟรีโล ปรินซีป นักชาตินิยมหัวรุนแรงชาวเซอร์เบียที่เมืองซาราเจโว ออสเตรีย-ฮังการีจึงประกาศสงครามต่อราชอาณาจักรเซอร์เบีย พันธมิตรทั้งหลายซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเมื่อหลายทศวรรษก่อนจึงถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจนกลายเป็นสงครามโลกไปในที่สุด

สงครามถูกแบ่งออกเป็นฝ่าย สัมพันธมิตร และฝ่าย มหาอำนาจกลาง โดยฝ่ายที่ชนะสงครามก็คือฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศสและรัสเซีย โดยที่อิตาลี่ ญี่ปุ่นและเซอร์เบียเองก็อยู่ในฝ่ายที่ชนะสงครามครั้งนี้ด้วย

 

Penny black stamp แสตมป์ดวงแรกของโลก

คดี จอมโจรคุยอรัน ซึ่งเกิดขึ้นในโรงเรียนที่วิกตอริกาและคุโจวอาศัยอยู่ ทั้งสองจึงต้องร่วมกันไขคดีกันอีกครั้ง เรื่องมีอยู่ว่าจอมโจรคนนี้นั้นจะกลับมาที่โรงเรียนแห่งนี้ในทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิเพื่อซ่อนสมบัติที่ขโมยมา หลังจากผ่านมาหลายปีที่เขาได้หายตัวไปก็ได้มีคนสวมรอยเป็นจอมโจรรุ่นที่สองขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้ามาขโมยสมบัติที่ถูกซ่อนไว้ในโรงเรียนแห่งนี้

สุดท้ายโจรคนนั้นได้ปลอมตัวเป็นเด็กสาวที่เป็นเพื่อนนักเรียนใหม่ของคุโจว โดยเธอได้เล็งโปสการ์ดที่คุโจวไปค้นเจอมาแล้วให้วิกตอริกาเก็บเอาไว้ ในภายหลังที่ตัวตนเธอได้ถูกเปิดเผยแล้วก็ได้เฉลยว่าสิ่งที่เธอต้องการก็คือแสตมป์ดวงหนึ่งที่อยู่บนโปสการ์ดใบนั้น นั่นก็คือ เพนนีแบล็ก ซึ่งเป็นแสตมป์หายากที่มีมูลค่าสูงลิบลิ่ว

 

The Penny Black เป็นแสตมป์ดวงแรกของโลกที่ใช้ในระบบไปรษณีย์สาธารณะ มันถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในบริเตนใหญ่ในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1840 แต่ไม่สามารถใช้งานได้จนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม

เพนนีแบล็กพิมพ์ออกมาครั้งแรก 11 แผ่น แต่เนื่องจากแผ่นแรกนั้นมีปัญหาจึงต้องรีบพิมพ์แก้ไข ซึ่งเดิมทีทั้ง 11 แผ่นนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้พิมพ์แสตมป์ออกมาเป็นสีแดง แต่มีจำนวนเล็กน้อยที่พิมพ์ออกมาด้วยสีดำ แสตมป์พวกนี้จึงเป็นของหายากสำหรับนักสะสมไปในที่สุด

 

 

บลู จอห์น อัญมณีเรืองแสงท่ามกลางความมืด

ในคดี การหายตัวไปของเด็กสาว ในเมืองหลวงเซอเบรมได้สร้างความเดือดร้อนให้กับกรมตำรวจอย่างมาก ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่คุโจวเข้ามาเที่ยวในเมืองพอดีและเขาก็ได้เข้าไปพัวพันกับคดีนี้จนต้องขอความช่วยเหลือจากวิกตอริกาทางโทรศัพท์ เนื่องจากเขารู้ว่ามีการขายของมืดและการ ค้ามนุษย์ ในห้างจัดแสดงศิลปะกลางเมืองแต่ไม่สามารถหาหลักฐานได้ เนื่องจากตัวตึกมีกลไกห้องลับจนแม้ตำรวจเข้าไปค้นเท่าไรก็ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายเลย

คุโจวและตำรวจได้ใช้วิธีการที่วิกตอริกาบอกมา คือการให้ตำรวจใช้ผงของแร่ บลูจอห์น เคลือบลงบนมือและทำการทาบมือลงกับกระจกทุกบานบนตึก เมื่อทำการปิดไฟทั้งตึกยามค่ำคืนจะสามารถมองเห็นรอยมือเรืองแสงบนบานกระจกทุกบานและบานไหนที่ไม่มีนั่นก็คือห้องลับที่ถูกมองข้ามไปนั่นเอง

 

Blue John หรือที่รู้จักกันในชื่อ Derbyshire Spar เป็น แร่ฟลูออไรต์ ที่มีแถบสีม่วงหรือสีน้ำเงินที่สามารถค้นพบได้ในประเทศอังกฤษ โดยในช่วงศตวรรษที่ 19 แร่ฟลูออไรต์ที่น่าดึงดูดพวกนี้ก็ได้ถูกขุดขึ้นเพื่อมาใช้ประโยชน์ในด้านของความสวยงามเป็นหลัก

ตอนนี้บลูจอห์นนั้นหายากและมีเพียงไม่กี่ร้อยกิโลกรัมในแต่ละปีสำหรับการใช้งานประดับและเจียระไน ความพิเศษของแร่ชนิดนี้คือการที่มันสามารถ เรืองแสง ได้ท่ามกลางความมืด ผู้คนจึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับหรือ บดเป็นผง แล้วนำมาใช้ในทริกการแสดงต่างๆ อย่างมายากลและเรื่องลี้ลับ

 

Snap-dragon game เกมฉกลูกเกดในเปลวไฟ

ในตอนที่วิกตอริกาและคุโจวได้นั่งรถไฟขบวนหนึ่งเพื่อกลับโรงเรียน ทั้งสองก็ได้พบกับผู้คนแปลกประหลาดบนรถไฟขบวนดังกล่าว แน่นอนว่าคนพวกนั้นล้วนไม่ปกติและเป็นศัตรูกัน แต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิงกันในเกมที่เรียกว่า Snap-dragon กันในห้องอาหารบนรถไฟ โดยใส่วอดก้าลงในชามที่ใส่ลูกเกดแล้วจึงจุดไฟให้ลุกท่วม ต่อมาก็ให้แต่ละคนฉกลูกเกดออกจากไฟแล้วจึงกินเข้าไป หลังจากกินก็พูดคำปรารถนาออกมาเพื่อแสดงจุดยืนของแต่ละฝ่ายเสมือนเกมจิตวิทยา

Snap-dragon เป็นเกมในห้องนั่งเล่นที่ได้รับความนิยมจากแถบยุโรปประมาณศตวรรษที่ 16 มีหลักฐานว่าเล่นกันในประเทศอังกฤษ แคนาดาและสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงประเทศใกล้เคียงอื่นๆ ซึ่งส่วนมากจะเล่นกันในช่วงฤดูหนาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันคริสต์มาสอีฟ

วิธีการเล่นคือต้องเท บรั่นดี หรือเหล้าที่มีแอลกอฮอล์สูงลงในชามตื้นๆ ที่มี ลูกเกด ซึ่งถูกวางไว้อยู่แล้วก่อนจะจุดไฟเผาให้ลุกท่วม จุดมุ่งหมายของเกมคือการดึงลูกเกดออกจากชามที่ติดไฟและกินพวกมันเข้าไปตามด้วยบอกสิ่งที่ตนปรารถนาออกมา มันจึงเป็นเกมที่นิยมเล่นในวงเหล้าเนื่องจากคล้ายเกมวัดใจ

 

Marie Antoinette syndrome อาการผมขาวเฉียบพลัน

ในเหตุการณ์ที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นขึ้น วิกตอริกากับคุโจวก็ได้แยกจากกัน คุโจวได้ถูกเกณฑ์เป็นทหารไปรบที่ประเทศของตัวเอง ส่วนวิกตอริกาได้กลายเป็นผู้ร้ายหลบหนีของประเทศเซอร์เบีย โดยหมายจับประกาศไปทั่วประเทศว่าให้จับเด็กสาวตัวเล็กผมทอง ในตอนนั้นวิกตอริกาได้ขึ้นเรือหลบหนีพร้อมกับ ไบรอัน รอสโก้ จากการเสียสละของแม่เธอที่สู้ถ่วงเวลาให้

ระหว่างหลบหนีนั้นวิกตอริกาได้สวมผ้าคลุมศีรษะไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ใครเห็นผมสีทองของเธอ แถมไบรอันที่เป็นคนรู้จักเพียงคนเดียวก็บาดเจ็บสาหัส เมื่อเธอได้ยินข่าวมาว่าแม่ของเธอตายแล้วนั้นมันทำให้เธอช็อกมาก อีกทั้งไบรอันก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เธอที่อยู่ในสภาวะเสียใจและหวาดกลัวอยู่เพียงลำพังได้หมดอาลัยตายอยาก จนกระทั่งมีตำรวจมาตรวจเธอว่ามีลักษณะตรงกับประกาศจับไหมก็ได้พบว่าผมเธอนั้นเป็น สีขาว โพลนไปทั้งหัว

Marie Antoinette syndrome เป็นอาการที่คล้ายกับ กลัวจนหัวขาวโพลน ชื่อโรคนี้มาจากการที่ พระนางมารี อังตัวเนต พระราชินีของหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตด้วยกิโยติน ซึ่งคืนก่อนหน้าวันประหารนั้นทำเอาพระนางผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะด้วยความกลัวและความตึงเครียดจนถึงขีดสุด

ปัจจุบันเราเรียกภาวะนี้ว่า canities subita โดยจะเกิดในคนที่มีภูมิคุ้มกันตัวเองบกพร่องอยู่เป็นทุนเดิมแล้วอยู่ในสภาวะที่ร่างกายหรือจิตใจตึงเครียดแบบสุดขีดอย่างเฉียบพลัน มันจะทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นในเซลล์เม็ดสีของผมและอาจจะกระตุ้นให้เกิดการทำลายเซลเม็ดสีแบบเฉียบพลันได้ เรียกได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่หายากมากแต่ก็มี

 

เป็นอย่างไรกันบ้างหลังจากได้รู้สิ่งที่ถูกใส่เข้ามา บางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไปอยู่แล้วแต่บางเรื่องนี่เฉพาะทางกันสุดๆ แถมบางอย่างก็ยังอุส่าห์ใส่เข้ามาในเนื้อเรื่องโดยที่ไม่ขัดกับเนื้อหาอีกต่างหาก โดยทางเราได้ยกเหตุการณ์ในอนิเมะเพียงบางส่วนมานำเสนอเท่านั้น ยังมีเรื่องราวจริงอีกมากมายที่ได้สอดแทรกไว้ในเรื่อง หากคุณเป็นคนชอบอนิเมะที่อิงประวัติศาสตร์แล้วล่ะก็ทางเราขอแนะนำเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

อ้างอิง

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับแวดวงการ์ตูนและวัฒนธรรมญี่ปุ่นกับอนิไทม์!
Posts created 14

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top