ตำนานรักสยองขวัญ ‘โอสึยุ’ วิญญาณหญิงสาวที่มาพร้อมกับโคมไฟดอกโบตั๋น

ค่ำคืนวันลอยกระทงแบบนี้ นอกจากกระทงที่ไว้ขอบคุณพระแม่คงคาแล้วยังขึ้นชื่อเรื่องการลอยโคม จริงๆ ที่ญี่ปุ่นก็มีประเพณีแบบนี้เหมือนกันเรียกว่าโทโรนากาชิ แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาเล่าเรื่องการลอยโคมของญี่ปุ่นแต่อย่างใด แต่จะมาเล่าตำนานรักสุดหลอนประจำเทศกาลโคมลอยนี้นั่นคือ ตำนานโบตั๋นโดโระ หรือผีโคมไฟดอกโบตั๋น ผีสาวที่มาพร้อมกับโคมไฟที่ในญี่ปุ่นไม่มีใครไม่รู้จัก!

“ถึงกายจะจากไปแต่ใจยังห่วงหา”

เรื่องราวความรักของ ชินซาบุโร่ หนุ่มซามูไรบ้านๆ ที่ชอบพอกันกับ โอสึยุ หญิงสาวจากตระกูลผู้ดี ทั้งคู่ยังไม่ได้อาศัยอยู่บ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่กินกันฉันสามีภรรยาแต่อย่างใด วันหนึ่งโอสึยุเกิดหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่ออกมาพบเจอกัน ชาวบ้านต่างพูดคุยกันหนาหูว่า

“โอสึยุป่วยตายไปแล้ว”

ชินซาบุโร่ได้ยินข่าวลือกรอกหูทุกวันทำให้เขาทำใจยอมรับไม่ได้ จนต่อมาเขาก็สืบหาหลักฐานต่างๆ จนสรุปได้ว่าคนรักของได้จากไปแล้วจริงๆ เขาจึงต้องทำใจยอมรับชะตากรรมอันโหดร้ายนี้และเริ่มป่วยหนักเพราะอาการตรอมใจคิดถึงคนรัก ข้าวปลาไม่กิน นั่งเสียใจอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่อย่างไรก็ดีชินซาบุโร่ก็ยังคงมีลูกน้องรับใช้ที่เปรียบเสมือนเพื่อนสนิทของเขายังอยู่เคียงข้างอยู่

และแล้ววันที่ชินซาบุโร่รอคอยก็มาถึง เทศกาลโอบง คืองานที่ชาวญี่ปุ่นจะรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการลอยโคมลงแม่น้ำและเชื่อว่าวันนี้คนที่อยู่ทางฝั่งปรโลกจะสามารถข้ามผ่านมายังโลกมนุษย์ ในคืนวันโอบงนั้นหลังจากที่ชินซาบุโร่ได้ขอพรสวดภาวนาให้ได้พบกับคนรักอีกสักครั้งในชีวิต เขาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงมาเรียกอยู่หน้าบ้าน

“ท่านชินซาบุโร่ ท่านชินซาบุโร่ “

ในทีแรกเขานึกว่าหูฟาดไป แต่เมื่อได้ยินหลายครั้งเข้าก็ตัดสินใจเปิดประตูออกไปดู เมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็นผู้หญิงที่ดูมีอายุนิดหน่อยที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ในมือถือโคมไฟดอกโบตั๋นอยู่ แต่ก็ต้องสะดุดตาเมื่อยังมีหญิงสาวอีกคนที่หลบอยู่หลังต้นไม้ ไม่ทันได้หายสงสัยหญิงคนนั้นก็เดินออกมาแสดงตัว วินาทีนั้นเขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเพราะเธอคือ โอสึยุ คนรักที่หายไปนานของเขา ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง เมื่อได้เจอได้กอดคนรักตัวเป็นๆ ความเชื่อที่ว่าโอสึยุได้ตายจากไปก็หายไปหมดสิ้น

ค่ำคืนนั้นทั้งสองร่วมรักและเสพสุขด้วยกันตลอดคืน โดยหญิงสาวคนรับใช้ของโอสึยุก็ได้พักรออยู่ที่อีกห้องหนึ่ง หลังจากนั้นทั้งสองมาพบเจอกันแล้วทำอะไรต่อมิอะไรกันด้วยทุกคืน แต่ความสุขของชินซาบุโร่ก็ต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะคืนหนึ่ง สหายรับใช้ของชินซาบุโร่ก็มาหาที่บ้าน แต่กลับได้ยินเสียงของเขากำลังร่วมรักกับหญิงสาว

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่านายของเขากำลังทำอะไรกับใครจึงแอบส่องที่รูของบานประตู แต่แล้วเขาก็ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อภาพที่เห็นข้างหน้าเป็นชินซาบุโร่กำลัง ร่วมรักกับโครงกระดูก และมองไปอีกห้องข้างๆ กันก็มีโครงกระดูกที่กำลังนั่งเฝ้าคู่กับโคมไฟดอกโบตั๋นเช่นกัน ภาพตรงหน้ามันช่างหลอนหูหลอนตาและน่าเหลือเชื่อยิ่งนักจนบ่าวขยับไปไหนไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจเฝ้ารอจนหญิงสาวทั้งสองกลับไป

เช้าวันต่อมาสหายรับใช้รีบนำข่าวเรื่องสำคัญนี้ไปบอกแก่นายของเขา เมื่อชินซาบุโร่ได้ยินก็โวยวายและไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าคนรักของเขาจะกลายเป็นผีโครงกระดูก ก็คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าใครจะไปยอมเชื่อเรื่องบ้าบอแบบนี้ได้ง่ายๆ คนรับใช้จึงรีบพาชินซาบุโร่ไปให้เห็นกับตา ที่นั่นก็คือหลุมศพที่มีป้ายชื่อ โอสึยุ เขียนไว้อยู่ด้านหน้า เพราะเมื่อคืนหลังจากที่เขาเฝ้ารอผีสาวสองคนกลับไปก็กล้ำกลืนฝืนใจลองตามไป ก็พบว่าทั้งสองได้หายเข้าไปในหลุมศพดังกล่าว ชินซาบุโร่เห็นดังนั้นก็ร้องไห้เสียใจทันที

หลังจากกลับมาจากหลุมศพ ในวันนั้นคนรับใช้ของชินซาบุโร่ก็นำเอายันต์มาติดไว้รอบบ้านและบอกให้ชินซาบุโร่สวดมนต์ทุกคืน และย้ำว่าไม่ว่าอย่างไร ถ้าโอสึยุมาหาห้ามเปิดให้นางเข้ามาในบ้านเด็ดขาด

ในคืนนั้นโอสึยุกับหญิงรับใช้ที่ถือโคมดอกโบตั๋นก็มาหาชินซาบุโร่เหมือนเช่นทุกคืน แต่ทว่าคืนนี้กลับมีบางอย่างเปลี่ยนไป เมื่อชินซาบุโร่ชายหนุ่มที่รักของเธอกลับไม่เปิดประตูให้

“ท่านชินซาบุโร่ เปิดประตูให้ข้าหน่อย”

“ทำไมท่านถึงไม่เปิดประตูให้ข้าล่ะ”

แต่ก็ไร้เสียงใดตอบกลับมา ยันต์ที่ติดอยู่รอบบ้านก็กันไม่ให้เข้าไปข้างในบ้านได้ ถ้าเจ้าของบ้านไม่อนุญาตเสียเอง ผ่านไปคืนแล้วคืนเล่าชินซาบุโร่ก็หักห้ามใจ ทั้งๆ ที่ได้ยินเสียงคนรักร้องเรียกหาพร้อมน้ำตาอยู่ทุกคืน แต่ก็ต้องตัดใจไม่ออกไปรับเพราะทั้งสองต่างอยู่คนละภพกันแล้ว ชินซาบุโร่ต้องทนทุกข์ทรมานทุกวันแทบขาดใจ ร่างกายของเขาทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ผีสาวโอสึยุเข้าใจว่าที่ชินซาบุโร่ไม่ได้ออกมาอาจเป็นเพราะป่วย จึงได้นำถุงยามาวางที่หน้าบ้านไว้ให้

แต่พอรุ่งเช้าเมื่อชินซาบุโร่เปิดออกมาก็พบว่าในถุงยานั้นเป็นเพียงเถ้าธุลี นั่นเป็นเพราะว่าเป็นของจากปรโลก เมื่อเช้าสาง มันก็สลายไปเอง ยิ่งเห็นแบบนี้ชินซาบุโร่ก็ยิ่งเสียใจหนักขึ้น อาการป่วยของเขาก็ทรุดหนักลงจนคนในหมู่บ้านต่างเป็นห่วงกับสภาพร่างกายและจิตใจของเขา

แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เดินทางมาถึง… ตกดึกคืนหนึ่งโอสึยุก็มาหาชินซาบุโร่และนำยามาให้เช่นเคย แต่ภาพที่เธอเห็นตรงหน้าก่อนจะตนจะเดินถึงบ้านหลังนั้น มีหญิงสาวนางหนึ่งได้นำถุงยามาวางไว้ให้ชินซาบุโร่เหมือนดั่งที่เธอทำเป็นประจำ เมื่อเห็นดังนั้นโอสึยุจึงโกรธแค้นมากและทึกทักไปเองว่าสาเหตุที่ชายหนุ่มคนรักไม่เปิดประตูให้เธอก็เป็นเพราะมีชู้ ทั้งที่ความจริงเธอคนนั้นเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่เอายามาวางให้เพราะเป็นห่วงเท่านั้นเอง

ในคืนนั้นชินซาบุโร่ก็นอนทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านเฝ้ารอคอยให้เช้าเหมือนทุกวัน โอสึยุก็ร้องเรียกด้วยความโศกเศร้า เขาต้องนอนทนฟังเสียงคนรักและกลั้นใจไม่เปิดประตู สักพักเสียงของโอสึยุก็เงียบหายไป ในที่สุดก็ถึงเวลาเช้า แสงอรุณสาดส่องเข้ามาภายในบ้าน เช้าวันใหม่ที่เขารอคอยก็เดินทางมาถึง

“ท่านชินซาบุโร่ขอรับ”

เสียงของสหายรับใช้ที่คุ้นหูก็ดังขึ้น เช้าแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป เมื่อเขาได้ยินจึงเปิดประตูให้ก็พบคนรับใช้ของเขายืนอยู่ตรงหน้า แต่ที่หน้าแปลกกลับไม่ยอมพูดอะไร เพียงยืนนิ่งเหมือนคนตายแล้วอย่างไรอย่างนั้น สักพักแสงสว่างรอบข้างก็มืดลง เขามองออกไปข้างนอกพบว่ายังคงเป็นตอนกลางคืนอยู่ แสงที่เห็นและส่องเข้ามาภายในบ้านนั้นเป็นแสงจากโคมไฟดอกโบตั๋น จากนั้นใบหน้าของคนรับใช้ของเขาก็เริ่มกลับกลายเป็นใบหน้าของโอสึยุหญิงสาวเป็นที่รักของเขา ต่อให้ติดยันต์เยอะแค่ไหนแต่ถ้าเจ้าของบ้านเปิดประตูให้ตามคำเรียก ก็เท่ากับว่าเป็นการอนุญาตให้เข้าไปในบ้านได้

เช้าวันรุ่งขึ้นสหายของเขาก็มาหาเจ้านายตามปกติในทุกๆ เช้า แต่วันนี้ภายในบ้านกลับเงียบผิดปกติ ส่งเสียงร้องเรียกดังเท่าไรก็ไม่มีวี่แววของเจ้านายจะตอบกลับมา จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในบ้าน แต่ก็แทบลมจับเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เจ้านายชินซาบุโร่นอนกอดกับโครงกระดูกแน่นิ่งคล้ายกับไร้วิญญาณ แต่มีสีหน้าตื่นตระหนก ตาเบิกโพลงกว้างราวกับภาพสุดท้ายที่เขาเห็นนั้นสยดสยองเกินกว่าจะคาดคิดได้

สหายเอ๋ยช่างน่าเศร้านัก ชินซาบุโร่นายของเจ้าได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว

ไม่ทราบสาเหตุการตายของชินซาบุโร่ที่แน่ชัดแต่ชาวบ้านต่างเข้าใจกันว่าโอสึยุได้พาตัวชินซาบุโร่ไปอยู่ด้วยแล้ว เพราะข้างโครงกระดูกมีโคมไฟดอกโบตั๋นที่คุ้นตาวางไว้อยู่ด้วย เป็นอันจบเรื่องราวรักสุดสยองของชินซาบุโร่และโอสึยุ

ต้นตอความสยอง

ตำนานผีโบตั๋นโดโระ เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมสยองขวัญจีน เจียนเติ้ง ซินหัว ประพันธ์โดย ฉีโย่ว และถูกนำมาสร้างและดัดแปลงอีกครั้งในรูปแบบละครคาบูกิของญี่ปุ่น จากนั้นก็โด่งดังมากถึงขนาดถูกนำมาสร้างเป็นละครเวทีและภาพยนตร์มานักต่อนัก แต่ว่ากันว่าโบตั๋นโดโระไม่ใช่เป็นแค่ตำนานที่แต่งขึ้นธรรมดาๆ เมื่อในปี 1919 สองนักแสดงหญิงสองคนที่รับบทเป็นโอสึยุและหญิงรับใช้ ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เหมือนตามตำนานจริงๆ หลังจากนั้นมีความเชื่อกันว่าใครก็ตามที่รับบทสองคนนี้จะมีอันเป็นไป ทำให้กลายเป็นตำนานกล่าวขานเลื่องลือมาจนถึงทุกวันนี้

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเรื่องราวความสยองในค่ำคืนวันลอยกระทง ไม่น่าเชื่อว่าจากคนที่รักกันอยู่ดีๆ เพียงแค่เรื่องผิดใจกันนิดเดียวกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปซะได้ แต่ก็สมกับเป็นผีญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคียดแค้น แต่เรื่องนี้ผิดแปลกพิสดารไปสักหน่อย ใครที่รู้เรื่องตำนานนี้แล้วก็ลองนำไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันต่อได้นะคะ~

(ส่วนใครอยากรู้ที่มาที่ไปของการลอยโคมของคนญี่ปุ่นเพื่อรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับ ดูได้ที่ ‘โทโรนากาชิ’ ลอยกระทงส่งความรำลึกถึงผู้ล่วงลับฉบับชาวญี่ปุ่น)

อ้างอิง

Posts created 151

Related Posts

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top

kısa abiye

casino siteleri - slot siteleri
maltepe escort

nutten erotikmassage Berlin transe münchen nutte frankfurt nutten huren hamburg hobbyhuren stuttgart nutten dusseldorf shemal köln erotic massage Nürnberg

izmir escort
Escort Nice